• HOME
  • เทรนด์การตลาด
  • แบรนด์ร้อยปียังต้องปรับการสื่อสารการตลาดของแบรนด์ในยุคใหม่ เพื่อชนะใจผู้บริโภคด้วยความจริงใจ
แบรนด์ร้อยปียังต้องปรับการสื่อสารการตลาดของแบรนด์ในยุคใหม่ เพื่อชนะใจผู้บริโภคด้วยความจริงใจ

แบรนด์ร้อยปียังต้องปรับการสื่อสารการตลาดของแบรนด์ในยุคใหม่ เพื่อชนะใจผู้บริโภคด้วยความจริงใจ

19 พ.ค. 2569   ผู้เข้าชม 1

วิกฤตความน่าเชื่อถือยุคใหม่ และความท้าทายของแบรนด์ข้ามพรมแดน

ในยุคดิจิทัลที่แบรนด์ทั่วโลกต่างมุ่งมั่นขยายตลาดข้ามพรมแดน ยุทธศาสตร์การสื่อสารการตลาดของแบรนด์ยุคนี้กลับต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อผู้บริโภคเริ่มปิดกั้นโฆษณาที่ดูจงใจขายมากเกินไป และรู้สึกเหนื่อยล้ากับเนื้อหาที่ไม่สมจริงบนฟีดโซเชียลมีเดีย การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้ส่งผลให้แบรนด์ระดับสากลต้องปรับทิศทางการสื่อสารใหม่ โดยหันมาเน้นความโปร่งใส ความจริงใจ และเลือกใช้กลุ่ม Influencer ต่างชาติ เข้ามาเป็นตัวกลางถ่ายทอดคุณค่าของแบรนด์ในฐานะกระบอกเสียงท้องถิ่นที่มีมิติความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างโครงสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากลท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนี้ ชี้ให้เห็นว่าแบรนด์ไม่สามารถใช้วิธีโฆษณาแบบป่าวประกาศทิศทางเดียวได้อีกต่อไป แต่ต้องยกระดับยุทธศาสตร์การสื่อสารสู่การฟังเสียงสะท้อนจากสังคมและการโต้ตอบร่วมกันอย่างแท้จริง ซึ่งกรณีศึกษาที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านแนวคิดนี้และกลายมาเป็นแม่แบบความสำเร็จระดับโลกคือ แคมเปญของแบรนด์มรดกอายุ 153 ปีอย่าง Vaseline (ภายใต้ Unilever) ที่เปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ผลิตสินค้า" สู่การเป็น "ผู้ดูแลร่วมกับชุมชน" ผ่านกระบวนการ Social Listening หรือการรับฟังเสียงผู้คนบนโลกออนไลน์อย่างลึกซึ้ง:

เฟสที่ 1: "Vaseline Verified" (2025) 

จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่แบรนด์ตรวจสอบกระแสสังคมออนไลน์แล้วพบว่า ผู้บริโภครุ่นใหม่นิยมแชร์คลิปวิดีโอเคล็ดลับการใช้ Vaseline แปลกๆ (User-Generated Hacks) บน TikTok และ Instagram เช่น การใช้วาสลีนทาทับเพื่อกักเก็บกลิ่นน้ำหอมให้ติดทน หรือการเช็ดเครื่องสำอางกันน้ำ แทนที่จะเพิกเฉยหรือพยายามเข้าควบคุมบทสนทนาแบบทื่อๆ Vaseline เลือกที่จะ "เข้าร่วมปาร์ตี้โดยไม่ทำลายบรรยากาศของงานปาร์ตี้"

แบรนด์ส่งทริกเหล่านั้นเข้าห้องแล็บวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ทดสอบจริงตามหลักการวิจัย เคล็ดลับไหนได้ผลจริงจะได้รับตราประทับ #VaselineVerified ส่วนเคล็ดลับที่อาจเป็นอันตรายหรือไม่เป็นความจริง แบรนด์จะออกมาสื่อสารชี้แจงเพื่อปกป้องผู้บริโภคด้วยท่าทีที่เป็นมิตรและอิงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์ยังดึงอินฟลูเอนเซอร์กว่า 450 คนมาร่วมทำคอนเทนต์ร่วมกัน (Co-create) โดยปราศจากสคริปต์ ผลลัพธ์คือยอดรับชมพุ่งเกิน 136 ล้านครั้ง ยอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 43% และกวาดรางวัลระดับโลกอย่าง Titanium Lion และ Grands Prix จากคานส์ นี่คือหลักประกันสำคัญที่ชี้ว่า การสื่อสารการตลาดของแบรนด์ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงใจและอิงกระแสสังคมออร์แกนิก สามารถสร้างมูลค่ามหาศาลได้อย่างคาดไม่ถึง

เฟสที่ 2: "Vaseline Originals (OGs)" (2026) 

ในเดือนเมษายน 2026 Vaseline ยกระดับยุทธศาสตร์ไปอีกขั้น จากการเป็นผู้ตรวจสอบเทรนด์สังคม สู่การร่วมมือสร้างสรรค์นวัตกรรม (Co-Creation) ด้วยการเปิดตัวกลุ่มสินค้าใหม่ที่เป็นคอลเล็กชั่นบิวตี้แฮ็กสุดไวรัลอย่าง "Vaseline Originals Beauty Hacks" ซึ่งเป็นการนำสูตรหรือวิธีใช้งานที่ผู้บริโภคคิดค้นและแชร์บนโลกออนไลน์มาผลิตเป็นสินค้าจริงวางจำหน่ายบนชั้น

กลยุทธ์นี้เปิดโอกาสให้กลุ่ม Influencer ต่างชาติ หรือครีเอเตอร์ท้องถิ่นก้าวเข้ามามีบทบาทร่วมในการพัฒนาสินค้า โดยให้เกียรติและให้เครดิตแก่ครีเอเตอร์ยุคบุกเบิก เช่น Jen Chae (@frmheadtotoe) ที่แชร์ทริกการจัดทรงคิ้วตั้งแต่ปี 2008 และ Lauren Luke บิวตี้ครีเอเตอร์ยุคแรกบน YouTube ที่คิดค้นทริกการใช้วาสลีนเป็นไพรเมอร์ โดยสินค้าที่ผลิตจริงอย่าง Vaseline Brow Tamer และ Vaseline All-In-One Primer & Highlighter Jelly มีการพิมพ์ชื่อและเรื่องราวของพวกเธอลงบนบรรจุภัณฑ์ พร้อมแบ่งส่วนแบ่งยอดขายให้อย่างเป็นธรรม นวัตกรรมนี้ได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลามจนสินค้าขายหมดเกลี้ยง (Sold out) ภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังจากเปิดตัว พิสูจน์ให้เห็นว่าความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคคือเครื่องยนต์หลักที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโตและสร้างความโดดเด่นทางวัฒนธรรมได้อย่างยั่งยืน

บทสรุป Key Learnings จากแคมเปญ Vaseline

ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Vaseline ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชัยชนะในแง่ของตัวเลขยอดขายหรือรางวัลระดับโลกเท่านั้น แต่เป็นแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ที่แบรนด์ระดับสากลสามารถนำไปปรับใช้เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าจริง โดยหัวใจสำคัญประการแรกคือการเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ควบคุมมาเป็นผู้ดูแลร่วมกับชุมชน (From Ownership to Stewardship) แบรนด์ยุคใหม่จำเป็นต้องเปิดกว้างและปล่อยวางจากการกำหนดบทพูดที่ดูเป็นทางการจนเกินไป แล้วหันมาเปิดรับฟังเสียงผ่านกระบวนการ Social Listening เพื่อดึงผู้บริโภคในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้าและขับเคลื่อนแบรนด์ไปด้วยกันอย่างจริงใจ

บทเรียนประการต่อมาคือการผสานความน่าเชื่อถือทางข้อมูลเข้ากับความจริงใจแบบออร์แกนิก (Science Meets Authenticity) การนำหลักฐานทางเทคนิคหรือผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนมาสนับสนุนพฤติกรรมของผู้ใช้จริง แทนที่จะใช้สคริปต์โฆษณาชวนเชื่อแบบเดิมๆ จะช่วยทลายข้อกังขาเรื่องข้อมูลแปลกปลอมบนหน้าฟีด และเปลี่ยนผ่านความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจได้อย่างสมบูรณ์

และบทเรียนประการสุดท้ายคือการให้ความสำคัญกับอิสระในการนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ (Creative Freedom) ของครีเอเตอร์และกลุ่ม Influencer ต่างชาติ เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบันสามารถแยกแยะคอนเทนต์ที่จงใจขายได้อย่างรวดเร็ว การวางทิศทาง การสื่อสารการตลาดของแบรนด์ ที่มอบแนวทางเบื้องต้นควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์สื่อสารด้วยน้ำเสียง ภาษา และรูปแบบเฉพาะตัวที่สอดรับกับความชอบของแฟนคลับในแต่ละวัฒนธรรม จึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการเชื่อมโยงทางความรู้สึก สร้างความบันเทิงที่เป็นธรรมชาติ และเปลี่ยนผ่านผู้รับชมทั่วไปให้กลายเป็นลูกค้าที่พร้อมคลิกสั่งซื้อผ่านลิงก์ทันทีอย่างเต็มใจ


เทรนด์การตลาดที่เกี่ยวข้อง

ถอดกลยุทธ์ Airbnb 2026 ผ่าน AI และ Influencer ต่างชาติ สู่การสื่อสารการตลาดของแบรนด์ยุคใหม่
06 พ.ค. 2569

ถอดกลยุทธ์ Airbnb 2026 ผ่าน AI และ Influencer ต่างชาติ สู่การสื่อสารการตลาดของแบรนด์ยุคใหม่

การสื่อสารการตลาดของแบรนด์
ยุคสมัยของการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้เป็น "แฟชั่นไอเทม" ที่ใครก็อยากโชว์
17 เม.ย. 2569

ยุคสมัยของการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้เป็น "แฟชั่นไอเทม" ที่ใครก็อยากโชว์

การสื่อสารการตลาดของแบรนด์
การสื่อสารการตลาดของ Lululemon vs Alo Yoga สองยักษ์ใหญ่ผู้ขับเคลื่อน Wellness Lifestyle ในปี 2026
30 เม.ย. 2569

การสื่อสารการตลาดของ Lululemon vs Alo Yoga สองยักษ์ใหญ่ผู้ขับเคลื่อน Wellness Lifestyle ในปี 2026

การสื่อสารการตลาดของแบรนด์